ซูเปอร์คัพเดือด!ผีพึ่งทีเด็ดลูกากู,โด้คืนทัพราชันเต็งซัด

“ปีศาจแดง” แมนฯ ยูไนเต็ด แชมป์ ยูโรปา ลีก เตรียมส่ง โรเมลู ลูกากู ลงยิง เกมพบ “ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด แชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ที่ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ พร้อมคืนทัพ ในศึกฟุตบอล ยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ 2017/18 คืนวันอังคารที่ 8 ส.ค. ศกนี้ PPTV HD ยิงสด

สนาม : ฟิลิป II อารีน่า, เมืองสโกเปีย, ประเทศมาซิโดเนีย (สนามกลาง)

“ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริดเจ้าของถ้วยยูฟ่า แชมปี้ยนส์ ลีก 2 ฤดูกาลหลังสุด ผ่านเข้ามาเล่นในในรายการยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 6 โดยที่ผ่านมาเคยได้ชูถ้วยมาแล้ว 3 ครั้ง ล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อปีก่อนนี่เอง

ผลงานในช่วงปรีซีซั่นของทีมแชมป์ยุโรปไม่ค่อยโอเคเลย ไม่ชนะคู่แข่งใน 90 นาทีเลยสักนัด (แพ้ 2 เสมอ 2) ล่าสุดเสมอกับ เอ็มแอลเอส ออลสตาร์ส 1-1 ก่อนที่จะไปเอาชนะจุดโทษ 4-2

เทรนเนอร์ ซีเนอดีน ซีดาน ประกาศรายชื่อแข้งเดินทางสู่สโกเปียในครั้งนี้ออกมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยแนวรุก “BBC” คริสเตียโน่ โรนัลโด้, คาริม เบนเซม่า และแกเร็ธ เบล มากันพร้อมหน้า

รายหลังสุดแม้จะมีข่าวว่าบาดเจ็บข้อเท้าในช่วงปรีซีซั่น แต่สามารถลงเล่นเป็นสำรองในเกมล่าสุดกับทีมรวมดาราเมเจอร์ลีก และซ้อมได้ตามปกติก่อนขึ้นเครื่อง คงไม่มีปัญหาในการออกสตาร์ต

หลายฝ่ายเป็นกังวลกันเรื่องสภาพความฟิตของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ซูเปอร์สตาร์เบอร์หนึ่งของทีมที่เพิ่งกลับมาซ้อมในช่วงกลางสัปดาห์ แต่คาดว่าจะได้ลงเป็นตัวจริงในแดนหน้าขู่คู่แข่งก่อนเลย

แกนหลักอย่าง เซร์คิโอ รามอส ปราการหลังกัปตันทีม, ลูก้า โมดริช และโทนี่ โครส สองห้องเครื่อง พร้อมออกสตาร์ตทั้งหมด ซึ่งคาดว่า ซีดาน จะเน้นใช้ชุดใหญ่ที่ดีสุดเต็มพิกัด

ด้าน “ปีศาจแดง” แมนฯยูไนเต็ด ในฐานะแชมป์ยูโรปา ลีกเมื่อปีที่แล้ว ผ่านเข้ามาเล่นในศึกยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ ปีนี้เป็นครั้งที่ 4 แต่เป็นครั้งแรกที่เ “เก่งเล็ก” ยุโรป ที่ผ่านมาได้แชมป์รายการนี้เพียงครั้งเดียวเมื่อปี 1991

ผลงานช่วงปรีซีซั่นนับว่าน่าประทับใจทีเดียว เมื่อเก็บชัยชนะได้ 5 จาก 7 เกม พ่ายเพียงนัดเดียว ล่าสุดเฉือนหวิว ซามพ์โดเรีย 2-1 ในเกมกระชับมิตรที่อาวีว่า สเตเดี้ยม กรุงดับลิน ประเทศไอร์แลนด์

โชเซ่ มูรินโญ่ หมดสิทธิ์ใช้งาน เอริก ไบยี่ ปราการหลังตัวเก่งที่มีโทษแบนค้างเติ่งมาจากใบแดงในเกมรอบรองฯ ยูโรปา ลีก เลกสองกับ เซลต้า บีโก้ เบ็ดเสร็จ 3 นัด เกมนี้เป็นการชดใช้นัดที่ 2

อีกรายที่โดนกักตัวก็คือ ฟิล โจนส์ อีกเซนเตอร์แบ็กของทีมที่โดนยูฟ่าสั่งแบนจากโทษฐานปฏิเสธการตรวจโด๊ป

การจัดทัพสำหรับเกมนี้ มูรินโญ่ คงเน้นความเหนียวแน่นของเกมรับ อัดเซนเตอร์ลงไป 3 คน ประจัญบานทั้ง คริส สมอลลิ่ง, วิคตอร์ ลินเดเลิฟ และดาเล่ย์ บลินด์ สูตรเดียวกับเกมอุ่นเครื่องล่าสุด

กลางสนามส่ง เนมานย่า มาติช ออกสตาร์ตก่อน มารูยาน เฟลไลนี่ ประสานงานกับ ปอล ป็อกบา และอันเดร์ เอร์เรร่า จอมขยัน

เซร์คิโอ โรเมโร่ นายทวารขาประจำบอลถ้วยที่ไม่ได้เดินทางไปร่วมเกมกระชับมิตรที่ดับลิน น่าจะได้ออกสตาร์ตก่อน ดาบิด เด เคอา

รายชื่อผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม

เรอัล มาดริด (4-3-3) : เกย์ลอร์ นาวาส – ดานี่ การ์บาฆาล, เซร์คิโอ รามอส, ราฟาแอล วาราน, มาร์เซโล่ – ลูก้า โมดริช, กาเซมิโร่, โทนี่ โครส – คริสเตียโน่ โรนัลโด้, คาริม เบนเซม่า, แกเร็ธ เบล
เทรนเนอร์ : ซีเนอดีน ซีดาน

แมนฯ ยูไนเต็ด (3-5-2) : เซร์คิโอ โรเมโร่ – วิคตอร์ ลินเดเลิฟ, คริส สมอลลิ่ง, ดาเล่ย์ บลินด์ – อันโตนิโอ วาเลนเซีย, เนมานยา มาติช, อันเดร์ เอร์เรร่า, ปอล ป็อกบา, มัตเตโอ ดาร์เมียน – เฮนริค มคิทาร์ยาน, โรเมลู ลูกากู
เทรนเนอร์ : โชเซ่ มูรินโญ่

ผู้ตัดสิน : จานลูก้า ร็อคคี่ (อิตาลี)

เกร็ดเพิ่มเติมที่น่าสนใจ

-นี่จะเป็นการลงสนามในศึกยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ เป็นสมัยที่ 6 ของเรอัล มาดริดแล้ว ก่อนหน้านี้ ชนะ 3 และ แพ้ 2 โดยแพ้ในสองครั้งแรก (1998, 2000) แต่สามหนหลังนั้นราชันชุดขาวชนะได้ทั้งหมด (2002, 2014, 2016)

-เรอัล มาดริดตั้งเป้าจะเป็นทีมแรกที่คว้าแชมป์ซูเปอร์ คัพ ยุโรปสองปีติดต่อกัน นับตั้งแต่เอซี มิลานเคยทำเอาไว้เมื่อปี 1989 และ 1990

-หากว่าเรอัลคว้าชัยได้ในปีนี้จะทำให้พวกเขาคว้าแชมป์โทรฟี่นี้เป็นสมัยที่ 4 ตามหลังแค่บาร์เซโลน่ากับเอซี มิลาน ที่เคยชนะไว้ 5 สมัย

-สามปีหลังสุดของศึกยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ นั้น สโมสรจากสเปนคว้าแชมป์ได้ทั้งหมด เรอัล มาดริด (2014 และ 2016), บาร์เซโลน่า (2015)

-ถ้าเรอัล มาดริดคว้าชัยเหนือแมนฯ ยูไนเต็ด จะทำให้สโมสรตัวแทนจากสเปนคว้าแชมป์รายการนี้เป็นสมัยที่ 14 โดยทีมจากอิตาลีได้แชมป์ไป 9 ครั้ง และสโมสรจากอังกฤษคว้าแชมป์ไป 7 ครั้ง

-ไม่เคยมีสโมสรจากเมืองผู้ดีคว้าแชมป์รายการนี้ได้อีกเลย นับตั้งแต่ลิเวอร์พูลปราบซีเอสเคเอ มอสโกจากรัสเซียได้ 3-1 ในช่วงต่อเวลาพิเศษ เมื่อปี 2005 จากนั้นเป็นต้นมาแพ้กันเรียบวุธ ไล่ตั้งแต่ปี 2008 แมนฯ ยูไนเต็ดพ่ายให้กับเซนิตของรัสเซีย 1-2 ต่อด้วยปี 2012 เชลซีแพ้ให้กับแอต.มาดริดจากสเปน 1-4 และปีต่อมาเชลซีเสียท่าให้กับบาเยิร์น มิวนิค ยอดทีมจากเยอรมันด้วยการพ่ายจุดโทษ 4-5 หลังจากเสมอ 1-1 ในเวลา 90 นาที และต่อเวลาพิเศษเสมอ 2-2

-ศึกยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ 2017 จะเป็นหนที่ 11 แล้วที่ “ราชันชุดขาว” โคจรมาเผชิญหน้ากับ “ปีศาจแดง” โดยผลงานก่อนหน้านั้นเรอัล มาดริดชนะไปได้ 4 ครั้ง ส่วนแมนฯ ยูไนเต็ดคว้าชัยไป 2 ที่เหลืออีก 4 นั้นลงเอยด้วยการเสมอกันไป ซึ่งเรอัล มาดริดกดไป 20 ประตู ส่วนยูไนเต็ดซัดได้ 16 ลูก

-การเจอกันก่อนหน้านี้ของทั้งสองทีมเกิดขึ้นในถ้วยใหญ่ของยุโรปทั้งหมด โดยเรอัล มาดริดเป็นฝ่ายชนะได้ถึง 4 จาก 5 ครั้ง ที่เล่นกันแบบเหย้า-เยือน โดยครั้งหลังสุดที่พบกันนั้นอุบัติขึ้นในรอบ 16 ทีมสุดท้าย ฤดูกาล 2012/13 ซึ่งราชันชุดขาวเอาชนะไปด้วยสกอร์รวมสองนัด 3-2 เลกแรกที่เบร์นาเบว เสมอกัน 1-1 ส่วนเกมนัดที่สองในแมนเชสเตอร์นั้นเรอัล มาดริดบุกชนะ 2-1 โดยผีแดงนำก่อน 1-0 จากการที่ เซร์คิโอ รามอส ทำเข้าประตูตัวเองในนาทีที่ 48 ก่อนที่ ลูก้า โมดริช ตามตีเสมอ 1-1 ให้กับเรอัล มาดริด และ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ มาพังประตูใส่ทีมเก่าในนาทีที่ 69 กลายเป็นประตูชัยให้เรอัลชนะ 2-1

-ทีมชุดขาวแพ้แค่เกมเดียวเท่านั้นในการลงสนาม 18 เกมหลังสุดของฟุตบอลสโมสรยุโรป โดยนัดดังกล่าวเกิดขึ้นในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบรองชนะเลิศ นัดสอง ฤดูกาล 2016-17 แต่พวกเขาก็ผ่านเข้าชิงได้ด้วยสกอร์รวม 4-2 โดยจากจำนวน 18 เกมดังกล่าวนั้นพวกเขาชนะ 12 นัด เสมอ 5

-เรอัล มาดริดทำสถิติโลกในการพังประตูต่อเนื่องมา 65 นัดติดต่อกันแล้ว (จากทุกรายการที่เป็นเกมทางการ)

-ผลงานของเรอัล มาดริดในการเจอกับสโมสรจากอังกฤษทั้ง 34 นัด (ชนะ 14, เสมอ 10 แพ้ 10 นัด) ยิงได้ 48 ประตู เสีย 38

-แมนฯ ยูไนเต็ดไม่แพ้ใครในการลงเล่นฟุตบอลสโมสรยุโรป 11 เกมหลังสุด (ชนะ 8 เสมอ 3) นับตั้งแต่แพ้ให้กับเฟเนร์บาห์เช่ 1-2 ในยูโรปา ลีก รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม เอ เมื่อซีซั่นก่อน

-ปีศาจแดงลงเล่นเจอกับสโมสรของสเปนมาแล้ว 49 นัด (ชนะ 13, เสมอ 20 และ แพ้ 16 นัด) ยิงได้ 61 เสีย 68 ประตู

-แมนฯ ยูไนเต็ดเจอกับสโมสรจากสเปนในนัดชิงสามหนหลังนั้น เป็นการเผชิญหน้ากับบาร์เซโลน่าทั้งสิ้น ไล่ตั้งแต่ศึกคัพ วินเนอร์ส คัพ ที่ร็อตเตอร์ดัม ฤดูกาล 1990/91 ที่แมนฯ ยูฯ ชนะ 2-1 แต่มาพ่ายเจ้าบุญทุ่ม 0-2 ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ซีซั่น 2008/09 แลอีกครั้งนั้นเสียท่าบาร์ซ่า 1-3 ที่ลอนดอน ในศึกแชมเปี้ยนส์ ลีก เมื่อฤดูกาล 2010/11

-โชเซ่ มูรินโญ่ ผู้จัดการทีมของแมนฯ ยูไนเต็ดเวลานี้เคยเป็นเทรนเนอร์ของเรอัล มาดริด ช่วงปี 2010-2013 พร้อมนำราชันชุดขาวสอยแชมป์ลา ลีกา มาครองได้เมื่อปี 2012 ด้วยการทำสถิติเก็บคะแนนได้ถึง 100 แต้ม อีกทั้งยังนำเรอัลคว้าแชมป์โกปา เดล เรย์ เมื่อฤดูกาล 2010-11 ด้วยการปราบบาร์เซโลน่าในนัดชิงด้วย รวมไปถึงพาทีมชุดขาวทะลุเข้ารอบตัดเชือกถ้วยแชมเปี้ยนส์ ลีกได้ตลอดสามฤดูกาลที่เขารั้งบังเหียนยอดทีมจากสเปน

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s